การเลี้ยงและอนุบาลลูกนกแก้ว
ตามหลักอนุกรมวิธาน จัดนกแก้วอยู่ในอันดับนกแก้ว หรือ Order Psittaciformes มีการกระจายพันธุ์ในเขตป่าร้อนทั่วโลกรวม ๓๕๘ ชนิด
ประเทศไทยพบ ๗ ชนิดใน ๓ สกุล ได้แก่ นกหกใหญ่ นกหกเล็กปากแดง นกหกเล็กปากดำ นกแก้วโม่ง นกกะลิง นกแก้วหัวแพรและนกแขกเต้า อาศัยและหากินบนต้นไม้ กินผลไม้และเมล็ดพืช บินได้ดีและเร็ว มักพบอยู่เป็นคู่หรือฝูง ร้องเสียงแหลม ทำรังตามโพรงไม้ ไข่สีขาวค่อนข้างกลม วางไข่ ๒ – ๖ ฟอง ปีละ ๑-๒ ครอก ลูกนกแรกเกิดไม่มีขน มีสภาพเป็นลูกอ่อน ตาปิดเดินและช่วยตนเองไม่ได้ ต้องได้รับการดูแลจากพ่อและแม่นกอย่างใกล้ชิด
พ่อแม่นกในธรรมชาติจะวางไข่และฟักในโพรงไม้ซึ่งมีทางเข้า-ออกทางเดียว เมื่อลูกนกออกมาจากไข่ก็จะขย้อนอาหารออกมาจากกระเพาะพักของตนเองให้กิน โดยผลัดกันเลี้ยงตลอดวัน ลูกนกที่อายุน้อยจะได้รับการป้อนอาหารเกือบทุกชั่วโมง และเมื่อลูกนกเติบโต ระยะเวลาระหว่างมื้อจะค่อย ๆ ห่างขึ้น จนถึงระยะเวลาหยุดป้อนที่อายุประมาณ ๓–๕ เดือน (ขึ้นกับชนิดของนกนั้นๆ ถ้านกแก้วขนาดเล็กจะหย่าป้อนก่อนนกแก้วขนาดใหญ่ ซึ่งอาหารส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้และเมล็ดพืชป่าชนิดต่างๆ จากนั้นลูกนกก็จะปีนออกมาที่ปากรังเพื่อเริ่มหัดบิน โดยพ่อแม่นกจะหยุดป้อนอาหารหรือป้อนน้อยมาก จนลูกนกทนหิวไม่ไหว และในที่สุดก็ต้องบินตามพ่อแม่ไปหากิน ต่อไปจะกล่าวถึงการดูแลลูกนกแก้วและปัญหาที่พบได้บ่อย ในช่วงอายุตั้งแต่ ๑ วันถึงหยุดป้อนอาหาร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น